YASU

Friday, April 18, 2008



วันนี้เป็นวันศุกร์ มีนัดกินข้าวกัน ตอนแรกนัดกันจะไปกินอาหารเวียดนาม ซึ่งมีเพื่อนชาวเวียตบอกว่าเป็นร้านเวียดนามที่อร่อยที่สุดใน Boston โดยจองโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่บ่ายสอง แต่พอตอนเย็น ร้านกลับโทรมาบอกว่าไม่สามารถหาโต๊ะให้ได้เนื่องจากวันนี้คนเยอะมากๆ ร้านไม่สามารถ manage ได้ ก็เลยอดไป (แต่เป็นการรับประกันได้ว่า ร้านนี้ต้องอร่อยจริงๆ เพราะขนาดโทรไปจองก่อนตั้งกะบ่าย ยังไม่ได้โต๊ะเลย) ก็เลยต้องคิดกันใหม่ว่า จะไปกินที่ไหนกันดี สุดท้ายก็เลยไปร้านเกาหลีแทน

ร้านนี้เคยไปกินแล้วทีนึง เป็นร้านที่มีทั้งอาหารญี่ปุ่น ซูชิ อาหารเกาหลี และบาบีคิว บรรยากาศในร้านก็ค่อนข้างดูดี จัดเป็นส่วนๆ ดูเป็นส่วนตัวดี แต่ออกจะควันเยอะไปนิด ยิ่งที่กินบาร์บีคิวด้วยแล้ว ออกมาจากร้าน ตัวจะหอมน่ากินเลยทีเดียว :-)

อาหารที่สั่งวันนี้ มี seafood Scallions Pancake เป็น korean pancake with seafood and scallions, served with soy sauce , Bi Bim Bab* เป็น mixed vegetables and beef served with rice and spicy sauce & egg in sizzling hot pot, มี ซูปเกาหลี ออกเผ็ดๆ นิดนึง, มีเนื้อกับหมูไสล์ด เป็นบาบีคิว, บะหมี่เย็น แบบเกาหลี (ไม่เหมือนบะหมี่เย็นแบบญี่ปุ่นเลย แต่กลับเหมือนหมีกะทิบ้านเรา แต่เย็นๆ)

แล้วก็มีเบียร์ด้วย เป็นเบียร์เกาหลี ไม่ค่อยขม กินง่าย

โดยรวมแล้ว อาหารรสชาติใช้ได้ บาร์บีคิว ก็อร่อยดี แต่ว่าราคาอาหารร้านนี้ ค่อนข้างแพงเหมือนกัน แล้วถ้าเข้าไปกินก็ต้องเตรียมใจว่า ออกมาตัวจะเป็นกลิ่นเดียวกะบาร์บีคิว :-P
ร้านตั้งอยู่ที่ 1366 Beacon Street Brookline, MA


ไปยังไง :
ขึ้น Red Line ไปลงที่ Park Street Station แล้วต่อสายเขียว (Green Line) C ที่จะไป Cleveland Circle แล้วไปลงที่สถานี Winchester/Summit ซึ่งจะเป็นถนน Winchester ตัดกับถนน beacon จากนั้น ก็เดินไปทางทิศตะวันออกไปตามถนน Beacon ไปเจอกับถนน Centre

ไปกินตอนไหนดี ?

ถ้าเป็นวันจันทร์ ถึง พฤหัส เปิดตั้งแต่ 11 โมงเช้า ถึง บ่ายสาม สำหรับอาหารกลางวัน ส่วนตอนเย็น เปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็น ถึง สี่ทุ่มครึ่ง
วันศุกร์ กับ วันเสาร์ เปิด ห้าโมงเย็น ถึง ห้าทุ่ม
ส่วนวันอาทิตย์ เปิดเที่ยง ถึง สี่ทุ่ม


Red Bone

Saturday, March 15, 2008



หลังจากเล่น Snow Tubing เสร็จ จริงๆ น้องๆ ชวนไปกิน Crep ที่ ร้าน Mr. Crep กัน แต่ว่าเคยไปกินหลายคนแล้ว ประกอบกับหิวมาก ท่าทาง Crep จะเอาไม่อยู่ อยากกินอะไรหนักกว่านั้น ก็เลยไปหาอย่างอื่นกินใกล้ๆ ร้าน Mr. Crep แถวๆ David Sq.
แถวนี้มีร้านอาหารเยอะมาก เป็น Square ที่ึคึกคักพอสมควร ในที่สุดก็เลือกไปกินที่ร้าน Red Bone เพราะมีคนพูดถึงหลายครั้งแระ แต่ยังไม่ได้ไปลองซักที ร้านเดินเข้าซอยมานิดนึง ไม่ไกลจาก T และร้าน Mr. Crep เท่าไหร่ มาถึงเห็นคนรออยู่หน้าร้าน หลายกลุ่ม กลุ่มละหลายคนๆ อืม ท่าจะคนเยอะแฮะ เข้าไปในร้านเพื่อลงชื่อใน waiting list ซึ่งพนักงานบอกว่าประมาณครึ่งชั่วโมงถึงสี่สิบนาที ในใจก็คิดว่ารอนานเหมือนกัน แต่ไหนๆ ก็เลือกว่าจะกินร้านนี้แล้ว รอก็ได้ บรรยากาศ ก็ดูแปลกๆ ดี คนเยอะมากๆๆๆ โต๊ะไม่ว่างเลย มีคนเข้าและออกตลอดเวลา
รอประมาณเกือบชั่วโมง ถึงจะได้โต๊ะ พอนั่งก็มีขนมปังมาเสริ์ฟให้ก่อน เป็นขนมปังที่หน้าตาคล้าย Cake แต่ไม่หวาน กินกับเนย จากนั้นก็สั่งอาหาร เป็นเนื้อจานนึง (BBQ Meat & Rib Combo) สามารถเลือก BBQ Meat ได้หนึ่งอย่างกับ Ribs ได้อีกหนึ่งอย่าง ก็ลองเลือกเป็น Pulled Pork กับ Memphis Ribs มากับถั่วและ cole slaw อีกจานหนึ่งก็เลยสั่งเป็น Fried Seafood Platter เป็น Scallops กับ shrimp ทอดแบบ Deep Fried มากับเฟรนส์ฟราย และ cole slaw กินกะ Lemonade ใส่มาในขวดโหล แปลกดี รสชาติก็อร่อยดี

พักใหญ่อาหารก็มา เนื้อหมูนิ่มดี อร่อย แต่ Ribs แห้งไปนิด กะเหนียวไปหน่อย แต่ก็อร่อยดี มีน้ำจิ้มมา 4 ถ้วย แล้วก็ซอสมะเขือเทศ ลองจิ้มแต่ละอันรสชาติก็จะเปลี่ยนไป

จานที่สองเป็นของทอด scallops สดมาก หวาน อร่อย กุ้งก็หวาน กินกะซอส Tartar

หมดสองจานก็ิอิ่มมาก เลยไม่ได้ลองของหวาน กินเสร็จก็เดินย่อยในร้านหนังสือ ก่อนกลับบ้าน

ไปยังไง : นั่ง Red Line ไปลงที่ David Square ออกที่ exit Holland St.ออกมาถึงถนนแล้วเลี้ยวขวา เดินไปประมาณ 2-3 blocks จะเห็น Dunkin Donuts อยู่ด้านขวามือ แล้วเลี้ยวขวาเข้า Chester St.เดินเข้าไปประมาณครึ่ง block ร้านจะอยู่ทางขวามือ


ไปกินร้านไทย

Saturday, January 19, 2008

วันนี้นัดกันไปกินข้าวกันที่ร้านมณเฑียร อยู่แถวๆ Chaina Town สาเหตุที่จะไปกินกันที่ร้านนี้ เป็นเพราะว่ามี gift certificate $50 ได้มาจากงาน MIT Biannual กับ งานลอยกระทง ด้วยความสามารถของสาวๆ แถวนี้ พอได้มาก็เลยต้องไปใช้ซะหน่อย งานนี้ไปกัน 7 คน ไปแถวนั้น หาที่จอดรถยากซักหน่อย แถมตำรวจยงแวะเวียนมาแจกใบสั่งบ่อยๆ เลยเสียเวลาหาที่จอดรถที่ปลอดภัยมากหน่อย
บรรยาศในร้าน ดูไม่ค่อยจะเหมือนร้านไทยเท่าไหร่นัก มีบาร์เหล้าด้วย วันนี้ไม่ได้ติดกล้องถ่ายรูปมา รูปทั้งหมดก็เลยต้องเอามาจาก Web แขกส่วนใหญ่ ก็เป็นฝาหรั่ง วันนั้นเหมือนจะมีโต๊ะเราเท่านั้นที่เป็นคนไทยพอได้เมนูปุ๊บ ก็สั่งกันคนละอย่างสองอย่าง มีแหนมซี่โครงหมูทอด แกงส้มกุ้ง ผัดผักบุ้ง ทอดมันกุ้ง (แต่เหมือนทอดมันปลามากกว่า) ยำปลาดุกฟู ปลาทอดกระเทียมพริกไทย (แต่เป็นปลาอะไรจำไม่ได้แล้วอ่ะ) ไข่เยี่ยวม้ากระเพรากรอบ เผลอแป๊บเดียว ก็ได้เท่าจำนวนคนที่มา เป็นอันว่าต้องพอก่อน

อาหารที่ร้านนี้พอใช้ได้ แต่รสชาติไม่จัดจ้านเท่าไหร่ อาจจะเพราะว่าทำขายฝาหรั่ง แต่ก็อร่อยถูกปากคนไทยเหมือนกัน ที่ชอบที่สุดของที่สั่งวันนี้ (ลงมติเห็นพ้องกัน) ว่า เป็นแหนมซี่โครงหมูทอด อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้กินนาน แถมก็ไม่ได้ทำเองง่ายๆ

ไปยังไง :

หมายเหตุ ได้มีโอกาสได้กินอาหารจากร้านนี้หลังจากวันที่ไปกินที่ร้าน แกงเผ็ดเป็ดย่าง ร้านนี้อร่อยทีเดียว เสียดายที่วันที่ไปกินที่ร้านไม่รู้มาก่อน จึงไม่ได้สั่ง

Tiramisu ที่อร่อยที่ซู๊ด

Friday, December 28, 2007


แต่แรกไม่ได้มีจุดมุ่งหมายที่ไหนเป็นพิเศษ แค่ออกมาเดินเล่น ในวันอากาศดี๊ดี ที่พักนี้ นานๆ จะมีซักที ออกจากบ้านมาคนเดียวหลังจากเดินเล่นเกือบทุกร้านใน Downtown แต่ไม่สามารถซื้ออะไรได้ซักอย่าง เลยไปหาอะไรกินดีกว่า หลังจากเรียบร้อยกับอาหารคาวแล้ว ก็มีคนชวนไปกินขนมแถว North End เดินหาร้านที่มีคนแนะนำมาอีกที หาอยู่นาน กว่าจะเจอ เพราะเดินเลยไปไกล แต่หลังจากที่เจอได้เข้าไปนั่ง แล้วก็ลองสั่ง Tiramisu ที่มีคนแนะนำมาว่า ร้านนี้อร่อยมาก ก็สมคำร่ำลือจริงๆ ไม่ผิดหวังจริงๆ เป็น Tiramisu ที่อร่อยที่สุดตั้งแต่เคยกินมาเลยทีเดียว


ชื่อร้าน Caffe Vittoria เมนูประเภท Classic Italian cafe drinks and pastries
ที่อยู่ร้าน

290-296 Hanover Street
Boston, MA 02113
617-227-7606

แต่ถ้าจะไปโดยรถสาธารณะ ก็นั่ง Red-Line ไปต่อ Green-Line (outbound to Lechmere) ที่ Park Street หรือ Orange-Line (outbound to Oak Grove) ที่ downtown crosssing แล้วไปลงที่ Hay Marget แล้วเดินข้ามฝั่งไป little itary

Ice skating @ frog pond

Saturday, December 22, 2007

วันเดียวกัน หลังจากกลับจากไปชิมเบียร์ ตอนแรกว่าจะไปดู museum แต่ว่าหลงทางเสียก่อน คนขับวนไปเวียนมา จนในที่สุดมาถึงทางที่กลับบ้าน ก็เลยเปลี่ยนใจกลับบ้านดีกว่า เพื่อไปเอารองเท้าไอซ์สเก็ต ไปเล่นที่ Frog pond กัน กว่าจะกลับถึงบ้านฟ้าก็มืด แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรค กับการจะไปเล่นไอซ์แต่ประการใด เพราะเล่นกลางแจ้งตอนกลางคืนท่ามกลางแสงไฟ ก็โรแมนติกกว่าตอนกลางวันฟ้าสว่างซะอีก :-)

หาที่จอดรถได้แถว China town แล้วก็เดินจาก Chaina Town มาที่ Boston Common มองมาแต่ไกลเห็นกลุ่มคนอยู่รอบๆ บริเวณ Frog pond มากพอสมควร เมื่อเข้าไปไกล้ ถึงได้เห็นว่า นอกจากจะเป็นคนเล่นไอซ์อยู่ในลานสเก็ต ก็ยังมีคนมามุงดูรอบๆ ลานมากพอสมควร แต่ที่ดูหนาแน่นเห็นจะเป็นแถวเข้าคิวรอซื้อตั๋วเข้าไปเล่นนั่นเอง

เมื่อจุดประสงค์หลักที่มาคืออยากมาเล่นไอซ์สเก็ตกลางแ้จ้ง ก็เลยรีบไปต่อแถว ไม่อย่างนั้นคงต้องรอนานมากกว่าจะเล่น เข้าคิวประมาณสิบห้านาที แถวขยับค่อนข้างช้าเนื่องจากคนซื้อคุยกับคนขายค่อนข้างนานเกือบทุกคน ค่าตั๋วเข้าไปเล่นคนละ $4 ถ้าเด็กอายุ 13 หรือต่ำกว่า เข้าฟรี นอกจากนั้นยังมีบริการให้เช่ารองเท้าไอซ์สเก็ตอีกด้วย ค่าเ่ช่าผู้ใหญ่ $8 ถ้าเด็กอายุต่ำกว่าสิบสาม $5 แล้วยังมี Lockers ให้เช่าตู้ล่ะ $1 สำหรับเก็บของ แต่ถ้าใครไ่ม่มีของมาก ไม่กลัวรองเท้าหาย จะวางไว้้ข้างๆ ลาน ก็ไม่มีใครว่า


นอกจากนี้ ยังมีบัตรผ่านแบบทั้งฤดูอีกด้วย หรือจะเป็นครอบครัว หรือใช้ได้เฉพาะเวลาพักกลางวัน ก็มี อัตราค่าับัตรผ่านก็แตกต่างกันไป เหมาะสำหรับจะซื้อให้เป็นของขวัญ
* Individual Pass $100
* Family Pass with children age 13 and under $150
* Lunch Pass $60 (Restricted to Monday - Friday, 11 a.m. - 3 p.m. Holidays excluded)



ลานไอซ์สเก็ตที่นี่ เปิดสายๆ ไปปิดเอาดึกๆ แต่ละวันเวลาในการเปิดให้บริการไม่ค่อยจะเท่ากัน และเิปิดแค่ตอนฤดูหนาวเท่านั้น ฤดูร้อนกลายเป็นสระน้ำธรรมดา

เวลาเปิดให้บริการในแต่ละวัน
Monday 10am - 5pm
Tuesday 10am - 9pm
Wednesday 10am - 9pm
Thursday 10am - 9pm
Friday 10am - 10pm
Saturday 10am - 10pm
Sunday 10am - 9pm
พอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ ก็ลงไปเล่นได้ แต่ต้องเล่นไปในทางเดียวกัน คือวนซ้ายหรือวนขวา ขึ้นกับว่ารอบนั้นๆ จะวนทางไหน และจะมีพักเบรคประมาณทุกๆ ครึ่งชั่วโมง เพื่อให้รถมาเคลือบผิวหน้าน้ำแข็งให้เรียบ เพราะเวลาเล่นๆ ไป ก็เหมือนเอามีดมาไสน้ำแข็ง ก็จะเป็นรอยเต็มไปหมด ทำให้สะดุดได้ง่ายๆ ช่วงพัก ก็เข้ามานั่งข้างๆ ลาน มี snack bar ขายขนมและเครื่องดื่ม


เล่นรอบแรกเป็นวนขวา ไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่ แต่พอหลังเบรคให้วนทางซ้าย เริ่มมีปัญหา เพราะตอนฝีกไม่ค่อยได้วนซ้าย รู้สึกขัดๆ จะสะดุดบ่อยๆ ในที่สุดก็ล้มจนได้ แถมล้มคนเดียวด้วย คนที่ไปด้วยไม่รู้หายไปไหน นั่งพับเพียบ กลัวคนข้างหลังจะชน แต่จะลุกก็ไม่รู้ว่าจะลุกยังไง สักพักก็มีฝรั่งใจดี ส่งมือมาให้ถามว่าให้ช่วยมั้ย แล้วเค้าก็ช่วยพยุงให้ลุกขึ้นได้ เฮ้อ รอดตัวไป เล่นอีกสักพักใหญ่ เห็นว่าคงต้องกลับไปฝึกวนซ้ายใหม่ จะดีกว่า เลยพอก่อน เปลี่ยนรองเท้า ออกมาเดินถ่ายรูปไฟ ต้นคริสต์มาส มีคนมาทำตุ๊กตาหิมะ ก็เลยต้องขอถ่ายรูปคู่หน่อย ไฟใน park สวยดี ถ่ายจนพอใจ ประกอบกับหิว ก็เลยกลับบ้านดีกว่า

ปล. ในที่สุดก็ได้ไปเล่นไอซ์ที่ Frog pond เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ดีใจจังเลย

Samuel Adams Brewery


วันนี้จะพาไปชิมเบียร์กันค่ะ เป็นโรงงานทำเบียร์ใน Boston จัดทำเป็นทัวร์ เล่าถึงประวัติ วิธีการทำเบียร์ แถมท้ายด้วยการชิมเบียร์ฟรี ค่ะ

Samuel Adams Brewery ที่จัดเป็นทัวร์นี้ อยู่ที่ 30 Germania Street, Boston, MA 02130

การเดินทาง ถ้าขับรถไปเอง ก็ไปตามถนน Columbia Rd จากนั้นก็เลี้ยวขวาเข้าถนน Dudley วิ่งไปเรื่อยๆ ประมาณซัก 1.4 ไมล์ ให้เบี่ยงซ้าย เข้าถนน Washington ขับไปอีกประมาณ 1.3 ไมล์ เลี้ยวขวาเข้าถนน Boylston แล้วเลี้ยวซ้ายที่ Brookside Ave. จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าถนน Germania St ก็ถึง

ถ้าจะไปรถเมล์ ก็ขึ้นสาย 8 (Kenmore Sta Via So Bay Ctr & Ruggles Sta) ไปลงที่ Dudley Station - Harvard Side แล้วต่อสาย 42 (Forest Hills Sta Via Dudley Sta) ไปลงที่ Washington St & Montebello Rd. แล้วเดินอีกประมาณ 7 นาที ก็จะถึง
หรือขึ้นสาย 8 (Kenmore Sta Via So Bay Ctr & Ruggles Sta) ไปลงที่ Ruggles Station - Lane 2 แล้ว ต่อ Subway Orange Line (Forest Hills to Stoneybrook) Outbound ไปลงที่สถานี Stoneybrook แล้วเดินประมาณ 10 นาที

Tour Times ก็มีวันพฤหัส 2pm วันศุกร์ 2pm & 5:30 วันเสาร์ เที่ยง, 1pm & 2pm

ก่อนเข้าก็มีให้ donation ก็จะให้ก็ได้ หรือไม่ให้ก็ได้ ซึ่งเค้าก็จะเอาไปให้กับ local charity ทั้งหมด จากนั้นก็เข้าไปฟังประวัติของโรงเบียร์ จากนั้น ก็พาไปดูแล้วอธิบายส่วนผสมหลักๆ ที่ใช้ทำเบียร์ เช่น มอลต์ ดอกฮอป แล้วกรรมวิธีทำเบียร์ จากนั้น ก็ให้ชิมเบียร์ แต่ก่อนจะเข้าไปชิมเบียร์ ก็ีมีการขอดู ID ก่อนว่าอายุถึงหรือเปล่า ถ้าไม่ถึงก็อด แล้วก็แจกแก้วคนละหนึ่งใบ ไว้ให้ใส่เบียร์ แล้วก็เอากลับบ้านได้ด้วย ก่อนจะชิม ก็มีการอธิบายวิธีชิมเบียร์ โดยให้โบกนิ้ว หลังแก้วเบียร์ว่าสามารถมองเห็นหรือเปล่า (ถ้าไม่เห็นแสดงว่าเมามากแล้ว ให้กลับบ้านไปซะ 55) จากนั้นก็ให้ดม แล้วก็ค่อยๆ จิบ ที่นี่ให้ชิมเบียร์ 3 ชนิด โดยเริ่มจากเบาๆ ก่อน แก้วแรกสีใส กินง่าย แล้วก็ค่อยๆ ขม แก้วสุดท้ายขมมาก ขมติดคอ จนกินไม่ได้ พอชิมเสร็จ ก็มีร้านขายของที่ระลึก ก็เป็นพวกเสื้อ ที่เปิดขวด แก้ว




ออกมาหน้าก็ยังแดงๆ อยู่เลย แต่อุ่นสบาย พอจะสู้อากาศหนาวข้างนอกได้ อิอิ

Outlets !!!

วันนี้ไป Outlets มาค่ะ แต่เป็นการไปกระทันหัน แล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปซื้ออะไร แค่ไปเป็นเพื่อนเท่านั้นเอง
ออกจากบ้านประมาณ 6PM Outlet ปิดตอน 9PM

เป็น Outlets ที่ใกล้บ้านที่สุดแล้ว แต่กระนั้นก็ต้องขับรถไปประมาณ 40 นาที ชื่อ Wrentham Village Premium Outlets อยู่ที่ One Premium Outlets Boulevard, Wrentham, MA 02093 มีร้านขายของแบรนด์เนมต่างๆ (store listing) ราคาก็ถูกกว่าตามห้างหรือร้านธรรมดานิดหน่อย

วันนี้อากาศหนาวมาก แต่เดินเข้าๆ ออกๆ ร้านโน้น ร้านนี้ ก็ค่อยยังชั่ว ดูโน่นดูนี่ ไม่ได้ตั้งใจมาซื้ออะไร เลยดูๆ แบบไม่ได้สนใจเท่าไหร่ เดี๋ยวจะอยากได้ มีที่น่าสนใจจริงๆ ก็คือรองเท้า NINE WEST เป็นหนังแต่หุ้มแค่ข้อเท้า หัวแหลมไปหน่อย แต่ราคาน่าสนใจมากแค่ $19 แต่ลองแล้วใส่ไม่ค่อยสบาย ก็เลยไม่เอา (เย้ๆๆๆๆ ไม่เสียเงิน) สรุปว่าไปครั้งนี้ไม่ได้อะไรเลย (แปลว่า ไม่เสียเงินเลย)

ออกมาจาก Outlets แวะกินข้าวใกล้ๆ แถวนั้น ชื่อร้าน UNO วันนี้สั่งแต่ Appetizers มี

BUFFALO CHICKEN QUESADILLA
Buffalo chicken, Cheddar, mozzarella and red onion. Served with salsa and sour cream. Guacamole, if you wish.
เป็นไก่ ห่อด้วยแป้งกรอบ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ แต่ก็ ok

SHRIMP & CRAB FONDUE
A creamy blend of shrimp, crab and Parmesan topped with tomatoes. Served with toasted garlic baguette slices. Great taste and fun to scoop and share.
อันนี้ชอบ กินกับขนมปังกระเทียมอร่อยดี รสชาติคล้าย clam chowder soup

BUFFALO WINGS
Classic chicken wings the ‘you-know-who’ way.
อันสุดท้ายนี่ เปรี้ยวมาก เหมือน buffalo wings ที่นี่จะออกรสเปรี้ยวซะทุกร้าน

กินเสร็จก็กลับ แต่ขากลับหลง แทนที่จะกลับ I-95 N คนขับขับไป S ก็เลยเสียเวลาไปพักใหญ่ :-)

ไปยังไง :

ถ้าขับรถไป

จาก Boston: I-93 S to I-95 S, to I-495 N, Exit 15, or I-90 W to I-495 S, Exit 15, Wrentham
จาก Providence: I-95 N to I-495 N, Exit 15, Wrentham

ไปรถบัส

Gray Line (ข้อมูลเพิ่มเติม)

หมายเหตุ :

Winter hours (Jan 1 - Feb 29):
Sun-Wed 10am-6pm, Thu-Sat 10am-9pm

Regular hours (starting Mar 1):
Mon-Sat 10am-9pm, Sun 10am-6pm